ปี 2564 เป็นปีที่ทั่วโลกยังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม บริษัทยึดมั่นในนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางการสร้างสมดุลของทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล สอดคล้องกับกรอบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ESG (Environmental, Social and Governance) พร้อมทั้งบริหารจัดการองค์กรให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และปรับตัวได้เร็ว เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน โดยมีการบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Management) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยธุรกิจไม่หยุดชะงัก

บริษัทกำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุก และปรับตัวพร้อมรับวิกฤติ ตลอดจนนำประเด็นการสร้างสมดุลทั้งสามมิติของความยั่งยืนระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของโลก (United Nations Global Compact: UN Global Compact and Sustainable Development Goals : SDGs) เป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์ โดยได้จัดลำดับความสำคัญ และมุ่งเน้นใน 3 ประเด็น ได้แก่ SDG 5 : บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มบทบาทของสตรีและเด็กหญิง (Gender Equality) SDG 8 : การจ้างงานที่มีคุณค่า และการเจิบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) และ SDG 12 : การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) นอกจากนี้ บริษัท ยังมีการกำหนดกลยุทธ์ และแผนงานในการตอบสนองที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละเป้าหมาย รวมถึงการมีการตรวจติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตาม SDGs สำหรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนระยะยาว บริษัทกำหนดเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับกลยุทธ์ ด้านความยั่งยืนของบริษัท และ SDG 13 : การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG

เพื่อเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นจากวิกฤติโควิด 19 และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนที่หันมาให้ความสนใจในการลงทุนในธุรกิจที่มีความยั่งยืนระยะยาว และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัทฯ มีการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ เน้นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรใหม่ (Rule of Success) ซึ่งยึดถือเป็นหัวใจของกลยุทธ์ทางธุรกิจ ดังนั้น การประยุกต์ ESG เข้ากับบริบทของการดำเนินธุรกิจจะช่วยในการเสริมสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างและส่งต่อสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน และห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกเหนือจากภาวะโรคระบาดโควิด 19 จะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความสมดุลทางชีวภาพก็ส่งสัญญาณทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น บริษัทฯ ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และมีความมุ่งมั่นอย่างที่จะเป็นหนึ่งในกลไลหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเดินหน้าสู่องค์กรที่ปล่อยคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก โดยการติดตั้งโซลาร์ รูฟ ในสาชา Stand alone 2 สาชา โดยได้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2564

ภายใต้โครงการ Green Cinema บริษัทฯ ส่งเสริมการคัดแยกขยะ และการลดการใช้พลาสติก โดยการใช้หลอด และถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ ในโรงภาพยนตร์ทุก 828 สาขาในประเทศ และต่างประเทศ การรณรงค์การปิด-เปิดไฟในองค์กร บริษัทตระหนักเสมอว่า สิ่งเล็กๆ นี้ แต่เป็นความรับผิดชอบหลักและจุดเริ่มต้นของบริษัท ที่ปลูกฝังวัฒนธรรมเหล่านี้ให้กับพนักงานเมเจอร์ กรุ้ปต่อไป

มุ่งมั่นดูแลสังคม และสร้างความร่วมมือสู่ความยั่งยืน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลด้านสังคม ซึ่งเป็นมิติหนึ่งของ ESG โดยมุ่งสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ในปี 2564 บริษัทได้ดูแลสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้มอบถุงยังชีพและสิ่งจำเป็นให้แก่หน่วยงาน คณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นกำลังหลักของประเทศในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ยังลงพื้นที่แจกถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับความเดือดร้อนและขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย

บริษัทขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรม การปฏิบัติตามการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ควบคู่กับความรับผิดชอบที่พึงมีต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับกิจการที่ดี และมุ่งสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ให้เกิดความเชื่อมั่นและยอมรับของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว รวมถึงการให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับโครงการและกิจกรรมต่างๆ ในปี 2564 บริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกเข้าอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท คณะผู้บริหาร ผมใคร่ขอแสดงความขอบคุณต่อผู้มาใช้บริการ พนักงานทุกท่าน สำหรับความมุ่งมั่น ตั้งใจและการทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตของบริษัท และขอแสดงความขอบคุณต่อผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการเงิน หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สำหรับการสนับสนุนและความไว้วางใจที่ทุกท่านได้มอบให้กับเราอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปี ผมมีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือร่วมใจเหล่านี้จะนำพาให้เราสามารถก้าวข้ามสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว