ปี 2568 เป็นปีแห่ง “การเร่งเครื่องการเติบโตอย่างยั่งยืน” ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัลและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ความบันเทิงครบวงจร โดยให้ความสำคัญในด้าน คอนเทนต์คุณภาพ, ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่เหนือระดับ (Premium Experience) และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ (Operational Excellence)

ในปีนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจนจากจำนวนภาพยนตร์ Hollywood ที่มีคุณภาพและศักยภาพด้านรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับภาพยนตร์ไทยที่มีความหลากหลายและมาตรฐานการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพลังและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม “Tollywood” ที่เติบโตอย่างมั่นคง และทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนจำนวนผู้เข้าชม รวมถึงการเติบโตของรายได้โดยรวมของบริษัท ควบคู่กันนั้น บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีระบบภาพและเสียงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ปรับปรุงพื้นที่โรงภาพยนตร์ให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมยกระดับบริการดิจิทัล เพื่อสร้างความสะดวกสบายและความประทับใจในทุกจุดสัมผัสของลูกค้า

การเติบโตควบคู่ความยั่งยืน

ในปี 2568 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร และส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเครือข่ายโรงภาพยนตร์

เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจต้องควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและสังคมไทย

การขยายเครือข่ายและการสร้างโอกาสใหม่

บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายโรงภาพยนตร์ตามแผนกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในทุกภูมิภาค และเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจความบันเทิง (Entertainment Ecosystem) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การขยายสาขาในทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไม่เพียงเพิ่มฐานผู้ใช้บริการ แต่ยังช่วยสร้างโอกาสทางรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งสื่อโฆษณา พื้นที่เชิงพาณิชย์ และบริการไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ภายในศูนย์ความบันเทิงของบริษัทฯ

ในส่วนของธุรกิจ Concession บริษัทฯ มุ่งยกระดับสู่การเป็น Consumer Brand ที่เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ผ่านการขยายจุดจำหน่าย Popcorn Major ทั้งในรูปแบบ Kiosk, Modern Trade และ Hypermarket ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี เช่น Self-Ordering Kiosk (SOK) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มยอดขายต่อใบเสร็จอย่างเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญ บริษัทฯ ได้ต่อยอดโอกาสการเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาและขยายธุรกิจขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านแบรนด์และการจัดจำหน่ายของเถ้าแก่น้อย เข้ากับจุดแข็งด้านเครือข่ายสถานที่และฐานลูกค้าของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ เพิ่มความหลากหลายสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ Concession และขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนแนวคิดการเติบโตแบบ Synergy ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงทางรายได้ และสร้างแหล่งรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

ความมุ่งมั่นในอนาคต

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม บริษัทฯ จะยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลงทุนอย่างรอบคอบในโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เป็นหนึ่งในพลัง Soft Power สำคัญของประเทศ ไม่เพียงเพื่อสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ แต่เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของความเป็นไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ

เราจะยังคงมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางความบันเทิงครบวงจร ที่มอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด พร้อมขยายเครือข่ายสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาค เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

การเป็นผู้นำด้านความบันเทิงอย่างยั่งยืน

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะยังคงมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางความบันเทิงครบวงจร ที่มอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ควบคู่กับการขยายเครือข่ายสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาคใกล้เคียง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เรามุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ ความสุข และคุณค่าร่วมให้แก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัย

ตลอดช่วงเวลาของความท้าทาย บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น ตลอดจนชุมชนและสังคม โดยเรายังคงพัฒนานวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานโรงภาพยนตร์ และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อยกระดับประสบการณ์และความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยให้ความสำคัญต่อสิทธิผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการดูแลพนักงานบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วม พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว

ผลการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาว (ดีเยี่ยม) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) รวมถึงการได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน (SET ESG Rating: AAA) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบผ่านมูลนิธิเมเจอร์ แคร์ บริษัทฯ ยังคงสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “ห้องหนัง” ที่ดำเนินการแล้วกว่า 81 โรงเรียน ครอบคลุม 65 จังหวัด เพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้นอกห้องเรียน

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหาร ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวผ่านทุกความท้าทาย บริษัทฯ จะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและสังคมไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากทุกท่าน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน