ปี 2564 นับได้ว่าเป็นอีกปีที่ต่อเนื่อง ทั่วโลกประสบกับภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวโดยตรง โดยอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการล็อคดาวน์ เป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่เคยย่อท้อต่อความท้าทายและเล็งเห็นแนวทางที่จะเปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้ให้เป็นโอกาสอยู่เสมอ ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด บริษัทได้มีการจัดตั้งทีมคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแผนการพลิกฟื้นธุรกิจท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอน โดยระบุและจัดลำดับความสำคัญของแต่ละประเด็น รวมถึงการกำหนดแนวทางการจัดการกับประเด็นต่างๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว หนึ่งในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด คือการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินให้กับบริษัท ในช่วงสถานการณ์วิกฤติ

ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ได้อย่างรวดเร็วกว่าธุรกิจอื่นๆ รวมถึงได้ดำเนินการรับมือเชิงรุก สำรองเงินทุนสร้างกระแสเงินสดจากทรัพย์สินที่มีอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทจะดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยบริษัทให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ควบคุ๋ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยทั้งในโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่ปฎิบัติงานโดยรอบ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยทั้งลูกค้า บริษัทคู่ค้า และพนักงานของเรา โดยโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ได้รับการรับรองจากโครงการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความมั่นในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA)

ต่อเนื่องจากปี 2563 ในส่วนของการวางแผนการดำเนินงานและการใช้เทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนและมาตรการลดค่าใช้จ่ายทำให้บริษัทสามารถรักษาสภาพคล่องทางด้านบัญชีให้ยังคงเสถียรภาพ มีการบริหารต้นทุนให้เหมาะสมและหาแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายทุกทาง เพื่อให้บริษัทสามารถยืดหยัดผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกับสร้างความมั่นใจเรื่องคุณภาพของการให้บริการและความปลอดภัยเมื่อมาใช้บริการ รวมถึงดำเนินการด้านกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสภาวะในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้งทั้งในด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค

การจัดการองค์กรด้านบุคลากรและสังคมภายใต้สถานการณ์ COVID-19 บริษัทยังคงดูแลพนักงานควบคู่ไปกับการดูแลสังคม โดยด้านบุคลากรได้ดำเนินมาตราการ Work From Home และปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมการแพร่กระจายโรคของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด การส่งเสริมพนักงานให้เกิดการเรียนรู้ผ่านช่องทาง Online เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะต่างๆ และให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง การสร้างและผลักดันวัฒนธรรมองค์กรใหม่ (Rule of Success) นอกจากนี้ ยังได้จัดหาเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และสิ่งของที่จำเป็นให้กับพนักงาน

บริษัทยังได้ดูแลสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้มอบหน้ากากอนามัย ถุงยังชีพ พร้อม ป๊อปคอร์น ทู โก (Popcorn To Go) ให้กับหน่วยงานต่างๆ สถานพยาบาล เพื่อใช้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้กับคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นกำลังหลักของประเทศในการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเรายังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่องในการต่อสู้หรือป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทยังคงยืนหยัดในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในปี 2564 บริษัทยังคงได้รับคัดเลือกเข้าเป็น หุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไท และ ได้รับคะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเยี่ยม” (5 ดาว) จากสมาคิมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท คณะผู้บริหาร ผมใคร่ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านสำหรับการสนุบสนุนตลอดช่วงเวลาที่ท้าท่ายอย่างมากนี้ ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับความทุ่มแทและความอดทน รวมถึงความร่วมมือร่วมในกันมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนและสร้างผลการดำเนินงานที่ดีในทุกส่วนขององค์กรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นปีที่หนักหน่วงมาก จิตวิญญาณและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของน้องๆพนักงานทุกคนช่วยผลักดันให้บริษัทมีความแข็งแร่งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และผมมีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือร่วมใจเหล่านี้จะนำพาให้เราสามารถก้าวข้ามสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว

นายสมใจนึก เองตระกูล

ประธานกรรมการ

นายวิชา พูลวรลักษณ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร