บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มีบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจทั้งสิ้น 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (SF) , บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด , กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีแพล็กซ์ไลฟ์สไตล์ (MJLF) , บริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ("CJM") , บริษัท พีวีอาร์ จำกัด

สัดส่วนการลงทุน

ร้อยละ 25.65

บริษัทฯ ลงทุนใน บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าประเภทศูนย์การค้าแบบเปิดไลฟ์สไตล์มอลล์ในปี 2547 ด้วยรูปแบบศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดกลางใกล้กับแหล่งชุมชน เพื่อช่วยให้ทั้งสองบริษัทเติบโตไปควบคู่กันโดยมีโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์เป็นผู้เช่าหลักที่ช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ขณะที่สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเม้นท์ซึ่งอยู่ในช่วงของการขยายธุรกิจก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้เมเจอร์สามารถขยายสาขาได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นเช่นกัน

ณ สิ้น ปี 2560 บริษัทลงทุนใน บมจ. สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ ด้วยสัดส่วนร้อยละ 25.65 โดยมีอักษรย่อว่า SF

สัดส่วนการลงทุน

ร้อยละ 40

ในปี 2550 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนใน บจ. ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์.คอม ด้วยสัดส่วนร้อยละ 40 และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บจ. ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เพื่อช่วยขยายงานของบริษัทไปสู่ช่องทางการเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรชมการแสดงต่างๆ รวมถึงใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการใช้ช่องจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์เป็นช่องทางในการจำหน่ายบัตรชมการแสดงต่างๆ เช่น บัตรคอนเสิร์ต บัตรชมกีฬา และบัตรโดยสาร เป็นต้น ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ยังช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในศูนย์การค้ามากขึ้นอีกด้วย

สัดส่วนการลงทุน

ร้อยละ 33

ในปี 2550 บริษัทฯ ได้จัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ จำนวน 2 โครงการ คือ อาคารโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และอาคารโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและพื้นที่บางส่วนของโครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ ซูซูกิ อเวนิวรัชโยธิน ลักษณะการถือกรรมสิทธิ์ของกองทุนรวมฯ คือ เช่าที่ดินและอาคาร รวมระบบสาธารณูปโภค โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน รวมมูลค่า 2,300 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 33 ของกองทุนดังกล่าว ทั้งนี้กำไรที่ได้มาจากการขายกองทุน บริษัทได้นำไปลงทุนในสาขา Standalone บนถนนรัตนาธิเบศร์ และศูนย์การค้าเมเจอร์อเวนิวรัชโยธินที่เข้าร่วมลงทุนร่วมกับ บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ ร้อยละ 50 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดทางธุรกิจในธุรกิจโรงภาพยนตร์โดยเฉพาะในรูปแบบที่ใช้เงินลงทุนมากแต่คืนทุนกลับมาเร็วอย่าง Standalone และธุรกิจเกี่ยวเนื่องโดยไม่ต้องเพิ่มทุนจาก ผู้ถือหุ้นและมีทรัพย์สินอยู่ในครอบครองมากเกินไป กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมีอักษรย่อว่า MJLF

สัดส่วนการลงทุน

ร้อยละ 49

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559 บริษัทฯ ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บริษัท ซีเจ อีแอนด์เอ็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ยักษ์ใหญ่ในเอเชียที่ทำธุรกิจสื่อบันเทิงครบวงจร โดยเฉพาะด้านภาพยนตร์ที่ ซีเจ อีแอนด์เอ็ม เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี การร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัทได้ถือหุ้นเป็นจำนวน 245 หุ้น มูลค่าเท่ากับ 2.45 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียน จากการประเมินอำนาจการควบคุมและผลตอบแทนเงินลงทุนในบริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กลุ่มกิจการจัดเงินลงทุนดังกล่าวเป็นบริษัทร่วมและบริษัทใช้วิธีส่วนได้เสียในการบันทึกเงินลงทุนในข้อมูลทางการเงินรวม

และเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559 บริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการออกหุ้นใหม่จำนวน 6,500 หุ้น ในราคาที่ตราไว้ 10,000 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้ลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนเดิมที่ร้อยละ 49 เป็นจำนวนเงิน 31.85 ล้านบาท โดยมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกออกมาในปี 2559

สัดส่วนการลงทุน

ร้อยละ 0.21

บจ. พีวีอาร์ เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอินเดีย เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำรายหนึ่งของประเทศอินเดีย พีวีอาร์เป็นผู้บุกเบิกการสร้างเครือข่ายโรงภาพยนตร์ในรูปแบบมัลติเพล็กซ์รายแรกในประเทศอินเดียตั้งแต่ปี 2540 ปัจจุบัน บริษัทถือหุ้นในพีวีอาร์ด้วยสัดส่วนร้อยละ 0.21 บจ. พีวีอาร์จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศอินเดียโดยมีอักษรย่อว่า PVRL