คณะกรรมการบริษัทยังคงสืบสานเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการที่จะยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล คณะกรรมการบริษัทจึงได้นำเอาแบบประเมินตนเอง เรื่องการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Self Assessment) มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้บริษัทมีระบบบริหารการจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องการให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และในปี 2560 คณะกรรมการได้พิจารณาและทบทวนการนำหลักปฏิบัติตาม CG Code ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไปปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจของบริษัท เพื่อเป็นหลักปฏิบัติให้คณะกรรมการบริษัทและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมามีรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติในเรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดีที่บริษัทจะรายงานให้ทราบซึ่งแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้

1.1 นโยบายในการกำกับดูแลกิจการที่ดีเกี่ยวกับการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเกี่ยวกับการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นเมื่อปี 2552 โดยมุ่งเน้นให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสรับรู้ ผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่างๆ ที่สำคัญ ตลอดจนปกป้อง ส่งเสริม สนับสนุน และไม่ลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดนโยบายไว้ดังนี้

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้น

  1. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการปกป้องและเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นขั้นพื้นฐาน ได้แก่ สิทธิการซื้อขายหรือโอนหุ้นสิทธิในการมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ สิทธิในการได้รับข่าวสารข้อมูลกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับ หรือหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน การอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น
  2. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในเรื่องต่างๆ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ได้แก่ สิทธิในการเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า สิทธิในการเสนอบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นกรรมการล่วงหน้า สิทธิในการส่งคำถามต่อที่ประชุมล่วงหน้าก่อนการประชุม สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุม เป็นต้น
  3. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการงดเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นการละเมิด หรือจำกัดสิทธิหรือการลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้นในการศึกษาสารสนเทศของบริษัทที่ต้องเปิดเผยตามข้อกำหนดต่างๆ และการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น เช่น ไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมอย่างกะทันหัน ไม่เพิ่มวาระการประชุม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าเป็นต้น
  4. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิต่างๆ เช่น การให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นปัจจุบันผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทการจัดให้ผู้ถือหุ้นเข้าเยี่ยมชมกิจการ เป็นต้น
1.2 การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า

คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการได้นำนโยบายสิทธิของผู้ถือหุ้นมาปฏิบัติ และมีความครอบคลุมมากกว่าสิทธิตามกฎหมายโดยเฉพาะสิทธิในการรับรู้ข้อมูลและสารสนเทศสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าเป็นเวลากว่า 30 วันก่อนการประชุมผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และเผยแพร่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมกัน โดยมีข้อมูลเหมือนกับข้อมูลในรูปแบบเอกสารที่บริษัทจะจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นซึ่งเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560
  2. เอกสารแนบ 1 รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559
  3. เอกสารแนบ 2 รายงานประจำปี 2559 ในรูปแบบ CD-ROM
  4. เอกสารแนบ 3 ประวัติโดยสังเขปของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับการเลือกตั้งแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระและนิยามกรรมการอิสระ
  5. เอกสารแนบ 4 ข้อมูลค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมสำหรับกรรมการ ประจำปี 2560
  6. เอกสารแนบ 5 รายนามผู้สอบบัญชีและรายละเอียดค่าสอบบัญชี
  7. เอกสารแนบ 6 คำชี้แจงวิธีการมอบฉันทะ การลงทะเบียน หลักฐานการแสดงตนเข้าร่วมประชุม และการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น
  8. เอกสารแนบ 7 ประวัติกรรมการอิสระที่เป็นตัวแทนในการรับมอบฉันทะ
  9. เอกสารแนบ 8 หนังสือมอบฉันทะ
  10. เอกสารแนบ 9 ข้อบังคับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้น
  11. เอกสารแนบ 10 แผนที่ตั้งสถานที่ประชุม

ในการจัดส่งเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทได้มอบหมายให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัท เป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม 7 วัน ซึ่งมีช่วงระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมากกว่าตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีระยะเวลาศึกษาข้อมูลมากขึ้น

ในวันประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการใช้สิทธิเข้าร่วมประชุมและออกเสียงด้วยการใช้ระบบBarcode ในการลงทะเบียนและนับคะแนนเสียง รวมทั้งจัดให้มีอากรแสตมป์ไว้บริการในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่ได้นำมาในการมอบฉันทะ พร้อมทั้งจัดทำป้ายสัญลักษณ์สำหรับผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนแล้ว เพื่อความสะดวกในการเข้าออกที่ประชุมโดยไม่ต้องเสียเวลาในการตรวจสอบเอกสารใหม่

หลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 บริษัทได้นำเนื้อหาการประชุม ซึ่งประกอบด้วย รายละเอียดวาระการประชุมมติที่ประชุม การลงคะแนนเสียง ตลอดจนคำถามและความเห็นของผู้ถือหุ้นรวบรวมจัดทำเป็น “รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560” เผยแพร่ขึ้นเว็บไซต์ของบริษัท

1.3 การป้องกันกรณีการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้นในการศึกษาข้อมูลและสารสนเทศ

คณะกรรมการบริษัทได้ส่งเสริมการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นและไม่จำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้า ทั้งในการเข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 บริษัทไม่มีการแจกโดยกะทันหัน ซึ่งเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมในที่ประชุม ไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า

1.4 การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นในการใช้สิทธิ

บริษัทอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น ในการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นโดยการนำระบบการลงทะเบียนและนับคะแนนเสียงโดยวิธี Barcode มาใช้ พร้อมทั้งแจกใบลงคะแนนเสียงให้กับผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเองก่อนการประชุม

บริษัทได้แจ้งกฎเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นให้ผู้ถือหุ้นทราบในหนังสือเชิญประชุมรวมทั้งในวันประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ดำเนินการประชุมได้แจ้งกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุมและขั้นตอนการออกเสียงลงมติให้ผู้ถือหุ้นทราบ และได้มีการบันทึกการแจ้งกฎเกณฑ์ และขั้นตอนการออกเสียงลงมติดังกล่าวลงในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง

บริษัทยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในการเข้าเยี่ยมชมบริษัทและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศที่เป็นข้อมูลปัจจุบันผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

1.5 การจัดสรรเวลาและการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นร่วมแสดงความคิดเห็น

บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมหรือเกี่ยวข้องกับบริษัทและแสดงความคิดเห็น โดยประธานกรรมการได้สอบถามที่ประชุมในแต่ละวาระทุกวาระรวมทั้งได้มีการบันทึกข้อซักถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมหรือเกี่ยวข้องกับบริษัทและแสดงความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นรวมทั้งคำชี้แจงของคณะกรรมการบริษัทและ/หรือผู้บริหารลงในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง

บริษัทจัดให้มีการบันทึกเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นและเปิดเผยรายละเอียดสาระสำคัญของการซักถามในระหว่างการประชุมไว้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อสามารถใช้อ้างอิงในภายหลังและช่วยให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสามารถติดตามรายละเอียดได้

1.6 การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญและเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 มีคณะกรรมการบริษัทเข้าร่วมประชุม 11 คน จึงสรุปได้ว่า บริษัทยังคงพัฒนาการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ให้มีความเคร่งครัดกว่าแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการบริษัทคำนึงถึงการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่าง เท่าเทียมกัน จึงได้กำหนดนโยบายในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยไว้ดังต่อไปนี้

  • บริษัทได้เปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 100,000 หุ้น โดยอาจเป็น ผู้ถือหุ้นรายเดียว หรือหลายรายรวมกันก็ได้ และเป็นการถือหุ้นอย่างต่อเนื่องนับจากวันที่ถือหุ้นจนถึงวันที่เสนอเรื่อง เพื่อบรรจุในวาระการประชุมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน ได้เสนอวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้า โดยได้จัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณาเผยแพร่ผ่านระบบข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือนก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 (ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2560) ซึ่งมีเลขานุการคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมวาระการประชุมและนำเสนอต่อกรรมการอิสระเพื่อพิจารณาก่อนในเบื้องต้น หากกรรมการอิสระพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมก็ให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อพิจารณาออกเป็นระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นต่อไป ซึ่งปรากฏว่าในปี 2560 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมล่วงหน้า
  • บริษัทได้เปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นที่ประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการล่วงหน้า โดยได้จัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณาเผยแพร่ผ่านระบบข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือนก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 (ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2560) ซึ่งมีเลขานุการคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติและการให้ความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อแล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอมาตามกระบวนการสรรหาที่บริษัทได้กำหนดไว้ โดยหากคณะกรรมการสรรหาพิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมก็ให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อพิจารณาเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นต่อไป ซึ่งปรากฏว่าในปี 2560 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อ
  • คณะกรรมการบริษัทได้ปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้นที่ได้กำหนดไว้ โดยในการประชุมผู้ถือหุ้นคณะกรรมการบริษัทได้ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการแจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมอย่างกะทันหัน และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบเป็นการล่วงหน้า
  • คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้หนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง โดยได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะแบบ ข ขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะแบบ ก (แบบมอบฉันทะทั่วไป) และหนังสือมอบฉันทะแบบ ค (แบบมอบฉันทะเฉพาะสำหรับ custodian) ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมสำหรับให้ดาวน์โหลดอีกด้วย
  • คณะกรรมการบริษัทอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง แต่มีความประสงค์จะใช้สิทธิในการลงคะแนนเสียงโดยวิธีการมอบฉันทะ โดยบริษัทได้เสนอให้มีกรรมการอิสระเข้าประชุม และลงคะแนนเสียงแทนผู้ถือหุ้นจำนวน 2 คน คือนายชัย จรุงธนาภิบาล (ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ) และนายวัลลภ ตั้งตรงจิตร (กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิเลือกกรรมการอิสระคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับมอบฉันทะแทนผู้ถือหุ้นได้
  • คณะกรรมการบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยได้จัดเตรียมบัตรลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้ถือหุ้นไว้และแจกในขณะลงทะเบียนก่อนเริ่มการประชุม ซึ่งได้จัดทำบัตรลงคะแนนเสียงครบทุกวาระ เช่น การพิจารณาอนุมัติจ่ายเงิน ปันผล การพิจารณาอนุมัติกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี การพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการแยกเป็นรายบุคคล เป็นต้น รายละเอียดการนับคะแนนเสียงดังกล่าวมีการบันทึกไว้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกรณีหากมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นในภายหลัง มาตรการป้องกันกรรมการผู้บริหารและพนักงานใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ
  • คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบไว้ในหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องการใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับ โดยมีการแจ้งมาตรการดังกล่าวผ่านทางคู่มือหลักจรรยาบรรณธุรกิจ การจัดอบรม และทางเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้รับผิดชอบในการแจ้งหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลและติดตามให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารรายงานการถือครองหลักทรัพย์ตามกฎหมาย รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้ส่วนเสียหรือการทำรายการระหว่างกันของกรรมการและผู้บริหาร

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้พิจารณาชี้บ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขึ้นใหม่พร้อมกับกำหนดเป็นนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ดังนี้

  1. พนักงานและครอบครัว
  2. ลูกค้าและเจ้าหนี้
  3. ผู้ถือหุ้น
  4. พันธมิตรทางธุรกิจ
  5. นักวิเคราะห์ นักลงทุนและสถาบันการเงิน
  6. คู่แข่ง
  7. ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและมาตรการในการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังต่อไปนี้

1. พนักงานและครอบครัว

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลพนักงานและครอบครัว

  1. บริษัทให้ผลตอบแทนแก่พนักงานโดยยึดหลักพิจารณาผลงานด้วยความเป็นธรรม และสามารถวัดผลได้ อาทิ รายได้ค่าตอบแทนรายเดือน รายได้จากการทำงานล่วงเวลา โบนัสประจำปี การประกันชีวิต และประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
  2. บริษัทมุ่งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่อง อาทิ จัดให้มีการอบรมและสัมมนาผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ เป็นต้น
  3. บริษัทปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกัน อาทิ การประเมินผลงานของพนักงาน การรักษาความลับ ประวัติการทำงาน และการใช้สิทธิต่างๆ ของพนักงาน เป็นต้น
  4. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของพนักงานเป็นสำคัญ และเปิดโอกาสให้พนักงานร้องเรียน กรณีพนักงานไม่ได้รับความเป็นธรรมผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ตู้รับความคิดเห็นหน่วยงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่รับเรื่อง เป็นต้น
  5. บริษัทมีหน้าที่ดูแลจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยถูกสุขลักษณะและเอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิผล
2. ลูกค้าและเจ้าหนี้

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลลูกค้า

  1. บริษัทมีหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือในระยะยาวกับลูกค้าโดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตความเชื่อถือและไว้วางใจซึ่งกันและกัน
  2. บริษัทมีหน้าที่ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าของบริษัทด้วยการรับผิดชอบ เอาใจใส่ และให้ความสำคัญต่อปัญหาและความต้องการของลูกค้าอันดับแรก โดยให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนปฏิบัติตามมาตรการดังต่อไปนี้
    • ยึดมั่นในการนำเสนอและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้า
    • ยึดถือปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับลูกค้าอย่างดีที่สุด
    • การเสนอราคาและเงื่อนไขการค้าให้แก่ลูกค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันต้องมีความเท่าเทียมกัน
    • ให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงความเป็นจริงแก่ลูกค้าเกี่ยวกับคุณสมบัติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมให้กับลูกค้าของบริษัท
    • พร้อมที่จะตอบคำถามของลูกค้า รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับข้อร้องเรียน การให้คำแนะนำ และการติดตามผลความคืบหน้าในประเด็นต่างๆ ที่ได้รับแจ้งจากลูกค้า

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลเจ้าหนี้

  1. บริษัทมีหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์และปฏิบัติต่อเจ้าหนี้โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต ความเชื่อถือ และไว้วางใจซึ่งกันและกัน
  2. บริษัทมีหน้าที่ในการรับผิดชอบเอาใจใส่และให้ความสำคัญต่อเงื่อนไขต่างๆ ที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้อย่างดีที่สุด
3. ผู้ถือหุ้น

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทมีหน้าที่ที่ต้องปกป้อง และเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นขั้นพื้นฐาน ได้แก่ สิทธิการซื้อขายหรือโอนหุ้น สิทธิในการมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ สิทธิในการได้รับข่าวสารข้อมูลกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การจัดสรรเงินปันผลการกำหนด หรือแก้ไขข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน การอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น
  2. บริษัทมีหน้าที่ที่ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในเรื่องต่างๆ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ได้แก่สิทธิในการเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า สิทธิในการเสนอบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นกรรมการล่วงหน้า สิทธิในการส่งคำถามต่อที่ประชุมล่วงหน้าก่อนการประชุม สิทธิแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุมผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น
  3. บริษัทต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้น
4. พันธมิตรทางธุรกิจ (คู่ค้า)

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลพันธมิตรทางธุรกิจ (คู่ค้า)

  1. บริษัทมีหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าทุกราย
  2. บริษัทมีหน้าที่ในการเปิดโอกาสให้คู่ค้าทุกรายนำเสนอสินค้าบริการได้โดยเท่าเทียมกัน โดยให้ผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าต้องปฏิบัติตามมาตรการต่อไปนี้
    • ต้องปฏิบัติงานต่อคู่ค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีความเท่าเทียมกัน
    • การพิจารณาและตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานของการเปรียบเทียบคุณภาพและเงื่อนไขต่างๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทในระยะสั้นและระยะยาว
    • ต้องรักษาความลับของคู่ค้า โดยห้ามมิให้มีการรับสินบนหรือค่านายหน้าใดๆ จากคู่ค้า รวมถึงห้ามเปิดเผยข้อมูล หรือข้อเสนอของคู่ค้ารายหนึ่ง หรือหลายราย ให้กับคู่ค้ารายอื่นๆ รับทราบทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. นักวิเคราะห์ นักลงทุนและสถาบันการเงิน

นโยบายเกี่ยวกับการดูแลนักวิเคราะห์ นักลงทุนและสถาบันการเงิน

  1. บริษัทเปิดโอกาสให้นักวิเคราะห์ นักลงทุนและสถาบันการเงินได้รับทราบข้อมูลการดำเนินงานของบริษัท และแนวโน้มผลประกอบการในอนาคตได้ตามความเหมาะสม และเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล
  2. บริษัทจะอำนวยความสะดวกโดยจัดทำข้อมูลแนะนำการลงทุนของบริษัทให้แก่นักลงทุนผ่านช่องทางเว็บไซต์
6. คู่แข่ง

นโยบายเกี่ยวกับคู่แข่ง

บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม และไม่กระทำการใดๆ ที่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางเสื่อมเสียโดยปราศจากข้อมูลความจริงและขัดต่อจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

7. ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

นโยบายเกี่ยวกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

บริษัทมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงได้ก่อตั้ง มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เพื่อหวังระดมทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม และพัฒนาสังคมรอบด้าน โดยการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม สาธารณะประโยชน์ และการศึกษา และจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เป็นผู้ให้ความบันเทิงซึ่งเกี่ยวข้องกับสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้น เพื่อป้องกัน มิให้การดำเนินธุรกิจสร้างผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทสนับสนุนให้ความรู้และจัดให้มีกิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างและปลุกจิตสำนึกให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกคนในการความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา

บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งด้านลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญา ด้านอื่นที่กฎหมายกำหนด เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง เป็นต้น ดังนั้นการนำผลงานต่างๆ มาใช้ภายในบริษัทจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้ผลงานเหล่านั้นจะไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

บริษัทเคารพในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับอย่างเสมอภาคกัน บริษัทจึงส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคของบุคคล ปราศจากการล่วงละเมิดหรือกดขี่ข่มเหงในทุกรูปแบบ การจ้างงานที่เป็นธรรม และจะไม่มีส่วนร่วมกับการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

นโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

เพื่อให้กรรมการ พนักงาน และบุคคลใดๆ ที่กระทำการแทนกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โปร่งใส ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้ โดยสอดคล้องกับกฎหมายและจริยธรรมธุรกิจ บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้กรรมการตรวจสอบเป็นผู้ดูแลและกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น สำหรับนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทได้มีการกำหนดไว้ในระเบียบการรับเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสการทุจริตและการให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

บุคคลใดก็ตามที่ทราบเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสได้ผ่านช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส โดยบริษัทส่งเสริมให้ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนเปิดเผยตัวตนต่อหน่วยงานที่รับแจ้งเรื่องร้องเรียน ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองต่อผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส และข้อมูลจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับไม่เปิดเผยต่อผู้ไม่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่รับผิดชอบจะทำหน้าที่รวบรวม คัดกรอง ตรวจสอบข้อร้องเรียนหรือเบาะแสตามขั้นตอน หากการสอบสวนสิ้นสุดและผู้ถูกแจ้งกระทำความผิดจริง บทลงโทษจะเป็นไปตามนโยบาย กฎระเบียบของกลุ่มบริษัท และเสียงข้างมากของคณะอนุกรรมการสอบสวนความผิด ตลอดจนโทษตามกฎหมายอื่น และหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในจะเป็นผู้รายงานผลกรณีทุจริตที่เกิดขึ้นต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน

ช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส

ผู้ที่พบเห็นการกระทำหรือพฤติกรรมที่ส่อไปในทางการทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องการร้องเรียน และ/หรือแสดงความคิดเห็นสามารถแจ้งเบาะแส ร้องเรียน หรือแสดงความคิดเห็นได้ผ่านทาง

  • คณะกรรมการตรวจสอบ
    บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
    1839, 1839/1-6 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
    อีเมล auditcom@majorcineplex.com
  • Call Center หมายเลข 02 511 5427 ต่อ 114
  • Intranet ของบริษัทสำหรับพนักงาน
4.1 ผลการปฏิบัตินโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ในรอบปี 2560 บริษัทได้ทำการเปิดเผยข้อมูลของบริษัททั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินต่างๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส ผ่านช่องทางระบบ Online ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท อีกทั้งไม่เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต.หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยดำเนินการเนื่องมาจากการเปิดเผยข้อมูลไม่เป็นไปตามกำหนด
  • นอกจากนี้บริษัทยังได้นำข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ที่ได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงข่าวสารต่างๆของบริษัทเปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ และจัดให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งบริษัทได้เผยแพร่รายงานประจำปีภายใน 120 วัน นับแต่สิ้นสุดของรอบปีบัญชี เพื่อให้ ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน
4.2 ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
  • คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนได้กำหนดนโยบายการจ่ายค่าตอบแทน กรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงผู้บริหารระดับสูงสำหรับปี 2560 ไว้ดังต่อไปนี้
  • นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูง
    1. การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย ความยุติธรรมและการจูงใจที่เพียงพอ การเทียบเคียงกับค่าตอบแทน กรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมและธุรกิจที่มีขนาดใกล้เคียงกัน รวมถึงพิจารณาผลประกอบการ ผลงาน สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
    2. โดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณาในเบื้องต้น และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติให้ความเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ซึ่งได้แก่ การอนุมัติวงเงินค่าตอบแทนสูงสุดในแต่ละปี และการกำหนดค่าตอบแทนประจำตำแหน่ง
    3. ทั้งนี้คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะต้องปฏิบัติตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ได้อนุมัติวงเงินค่าตอบแทนและรายละเอียดค่าตอบแทนโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี นอกจากนี้ยังต้องเปิดเผยรวมถึงส่วนที่กรรมการได้รับจากการทำหน้าที่อื่นให้บริษัท เช่น ที่ปรึกษาและรวมถึงส่วนที่ได้รับจากการเป็นกรรมการและการทำหน้าที่อื่น เช่น ที่ปรึกษาในบริษัทย่อย เป็นต้น
    4. ในการกำหนดค่าตอบแทนให้แยกกรรมการที่ทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารและได้รับค่าตอบแทนในรูปเงินเดือนจากบริษัทมิให้ได้รับค่าตอบแทนกรรมการ
  • คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนได้พิจารณานำเสนอวงเงินและรายละเอียดการตอบแทนกรรมการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เพื่ออนุมัติกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ ในวงเงินไม่เกิน 13.1 ล้านบาทต่อปีแก่กรรมการซึ่งมิได้เป็นพนักงานและผู้บริหาร รายละเอียดปรากฏอยู่ในหัวข้อค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ทั้งนี้กรรมการของบริษัทที่เป็นกรรมการของบริษัทย่อยจะไม่ได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทย่อย
4.3 รายงานของคณะกรรมการบริษัท
  • บริษัทได้มีการจัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีรายละเอียดปรากฏในหัวข้อรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน
4.4 บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะอนุกรรมการ
  • คณะกรรมการบริษัทได้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายวัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อช่วยในการศึกษารายละเอียดติดตามควบคุมการปฏิบัติงานและกลั่นกรองงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย
4.5 ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน
  • คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อถือได้เพียงพอ ทันเวลา และโปร่งใส รวมถึงข้อมูลทั่วไปที่มีความสำคัญที่อาจกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทได้ โดยมอบหมายให้มีหน่วยงานรับผิดชอบงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับผู้ลงทุนประเภทสถาบัน ผู้ถือหุ้น รวมทั้งนักวิเคราะห์ทั่วไป และภาครัฐที่เกี่ยวข้องและสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งใช้เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ ข้อมูลทางการเงิน ข่าวบริษัทที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน ข่าวแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข่าวกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทรายละเอียดการจัดประชุมผู้ถือหุ้น เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลของบริษัทได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
  • บริษัทได้จัดทำแผนนักลงทุนสัมพันธ์โดยสังเขป และแผนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงแล้วแต่โอกาส และความเหมาะสมซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
    1. จัดประชุมนักวิเคราะห์เป็นประจำไตรมาสละ 1 ครั้ง และในกรณีหากนักวิเคราะห์ประสงค์ที่จะสอบถามข้อมูลในเรื่องอื่นเพิ่มเติม บริษัทก็จะเชิญให้นักวิเคราะห์เข้ามาพบฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์เป็นกรณีๆ ไป
    2. จัด Roadshow ในต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    3. ร่วมออกบูธนิทรรศการที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่และให้ข้อมูลแก่นักลงทุน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และองค์กรอื่นๆ
  • อีกทั้งผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations - IR) โทร. 02 511 5427 ต่อ 893 หรือในลักษณะการเข้าพบ one on one และ group meeting หรือทางเว็บไซต์ของบริษัท
5.1 นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • คณะกรรมการบริษัทมีเจตนารมณ์ที่จะกำกับดูแลธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยตระหนักถึงประโยชน์และความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งมีส่วนช่วยให้การบริหารงานและการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้และส่งผลให้บริษัทเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการจึงได้กำหนดหลักการกำกับกิจการที่ดีเป็นนโยบายอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและคณะกรรมการบริษัทให้ความเห็นชอบนโยบายดังกล่าวดังมีรายละเอียดนโยบายการกำกับกิจการที่ดีต่อไปนี้
  • การคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นและการให้สิทธิกับผู้ถือหุ้นในเรื่องต่างๆ เช่น มีสิทธิเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้ามีสิทธิเสนอบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นกรรมการล่วงหน้า เป็นต้น ตลอดจนไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น
  • การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
  • การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง เพียงพอ ทั่วถึง เท่าเทียมกันและภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยผ่านช่องทางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวกเช่น ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น
  • การปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลและการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัทและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น ตลอดจนดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ต่างๆ
  • การบริหารงานด้วยความโปร่งใส ภายใต้ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน
  • การควบคุมและการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการดำเนินกิจการของบริษัท
  • การดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตภายใต้กรอบของกฎหมาย และจริยธรรมทางธุรกิจ
5.2 โครงสร้างคณะกรรมการ
  • คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 11 คนซึ่งมีคุณสมบัติที่หลากหลาย ทั้งในด้านทักษะประสบการณ์ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท รวมทั้งการอุทิศเวลาและความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเสริมสร้างให้บริษัทมีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง
  • คณะกรรมการบริษัทคำนึงถึงการบริหารงานที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้เป็นสำคัญ ดังนั้นประธานกรรมการของบริษัทจึงเป็นกรรมการอิสระ และไม่เป็นบุคคลคนเดียวกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือกรรมการผู้อำนวยการ
5.3 ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์
  • คณะกรรมการบริษัทมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม คณะกรรมการบริษัทจึงจัดให้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ของคณะกรรรมการและฝ่ายบริหารชัดเจน โดยฝ่ายบริหารจะเป็นผู้หาข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณาและคณะกรรมการมีหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ
  • คณะกรรมการบริษัทมุ่งหวังที่จะให้กิจการของบริษัทมีความมั่นคง และมีความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืนอยู่ได้ในระยะยาวจึงได้ร่วมกับฝ่ายบริหารพิจารณาทบทวนกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงกำหนดเป้าหมาย แผนธุรกิจและแผนงบประมาณ โดยคำนึงถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดและความมั่นคงในระยะยาวของบริษัทและของผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี ตลอดจนทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและติดตามการดำเนินการของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • คณะกรรมการบริษัทได้สนับสนุนให้เกิดระบบบรรษัทภิบาลในการบริหารงานภายในองค์กร คณะกรรมการบริษัทจึงได้เป็นผู้นำในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีหลักจรรยาบรรณมาตรการ และขั้นตอนการอนุมัติ การทำรายการระหว่างกันกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง รวมถึงการแบ่งแยกขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจนระหว่าง ผู้ถือหุ้นกับคณะกรรมการ คณะกรรมการกับผู้บริหาร และคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจและสามารถตรวจสอบซึ่งกันได้อย่างอิสระ
5.4 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาการทำรายการระหว่างกันที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างผู้ถือหุ้นกรรมการและฝ่ายบริหารด้วยความรอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริตอย่างมีเหตุมีผลและเป็นอิสระภายในกรอบจริยธรรมที่ดี ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทโดยรวมเป็นสำคัญ โดยยึดถือการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามประกาศคำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้คณะกรรมการตรวจสอบให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและความเหมาะสมของการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันนั้น
  • คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีมาตรการและขั้นตอนการอนุมัติการทำรายการระหว่างกันกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยห้ามมิให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีส่วนร่วมในการพิจารณาและอนุมัติรายการ และกำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบร่วมพิจารณา และให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการที่นำเสนอนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ตลอดจนให้มีการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการระหว่างกันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไปในรายงานประจำปี
5.5 จริยธรรมทางธุรกิจ
  • คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำหลักจรรยาบรรณสำหรับผู้บริหารและพนักงาน (Code of Conduct) เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนได้ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานในหน้าที่ และยึดถือประพฤติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด โดยครอบคลุมทั้งด้านการประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และสุจริตการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยความเท่าเทียมและเป็นธรรม การป้องกันการละเมิดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาความลับและการใช้ข้อมูลในทางที่ผิด ตลอดจนเรื่องการรับสินบนของขวัญและของรางวัล ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณนี้
  • คณะกรรมการบริษัทจะติดตามและดูแลให้การประกอบธุรกิจของบริษัท การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการการดำเนินการของฝ่ายบริหารและการปฏิบัติงานของพนักงานยึดมั่นอยู่ในกรอบของคุณธรรมและจริยธรรมอันดี นอกเหนือจากระเบียบข้อบังคับของบริษัทและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
5.6 การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
  • โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย ประธานกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและเป็นกรรมการอิสระจำนวน 6 คน และกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 คน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทมีกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 11 คน โดยมีการถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารดังนี้
    กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 5 คน (ร้อยละ 45)
    กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและเป็นกรรมการอิสระ จำนวน 6 คน (ร้อยละ 55)
5.7 การรวมหรือแยกตำแหน่งเพื่อการถ่วงดุลอำนาจการบริหารงาน

คณะกรรมการบริษัทกำหนดแบ่งแยกขอบเขต อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนรวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารไว้อย่างชัดเจน รวมถึงการกำหนดให้บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริหาร คนใดคนหนึ่งมีอำนาจโดยไม่จำกัดและสามารถที่จะสอบทานถ่วงดุลการบริหารงานได้

ประธานกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะผู้นำคณะกรรมการในการกำกับดูแลกิจการ รวมถึงการเป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริษัทให้ดำเนินการประชุมอย่างเหมาะสมและโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการซักถามแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมีส่วนร่วมในการออกเสียงในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในเรื่องสำคัญต่างๆ ประธานกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะผู้นำคณะกรรมการในการกำกับดูแลกิจการ รวมถึงการเป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริษัทให้ดำเนินการประชุมอย่างเหมาะสมและโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการซักถามแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมีส่วนร่วมในการออกเสียงในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในเรื่องสำคัญต่างๆ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดแผนธุรกิจ การลงทุน และแผนงบประมาณประจำปีเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารและ/หรือคณะกรรมการบริษัท รวมถึงการบริหารจัดการนโยบายการบริหารงานด้านต่างๆ เพื่อให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

5.8 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
  • ในรอบปี 2560 คณะกรรมการบริษัทได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงาน รวมทั้งกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายและแผน รวมถึงงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ความเห็นชอบในนโยบายดังกล่าวไว้แล้วนั้น คณะกรรมการบริษัทได้มีการทบทวนเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำหลักจรรยาบรรณธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นไว้แล้ว และได้เผยแพร่แจกจ่ายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่เข้าใหม่ และดำเนินการทบทวนจรรยาบรรณต่างๆ สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเดิม เพื่อให้เข้าใจถึงมาตรฐานด้านจริยธรรมที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจ และคณะกรรมการได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
  • คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมด้านการรายงานทางการเงินและการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งจะมีหน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งมีความอิสระต่อการปฏิบัติหน้าที่และได้มีการทบทวนระบบดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.9 การประชุมคณะกรรมการบริษัท
  • คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการไม่น้อยกว่าปีละ 4 ครั้ง และดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทและพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประธานกรรมการในฐานะประธานในที่ประชุมจะส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบและจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอที่ฝ่ายบริหารจะเสนอเรื่องและมากพอที่กรรมการจะอภิปรายปัญหาสำคัญกันอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน และจัดให้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมทุกครั้งเพื่อให้กรรมการและผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ กรรมการมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลพิเศษ
  • ก่อนการประชุมคณะกรรมการบริษัทในปี 2560 นั้นในช่วงปลายปี 2559 เลขานุการบริษัทได้จัดทำ กำหนดการประชุมประจำปี เพื่อให้คณะกรรมการรับทราบกำหนดการประชุมล่วงหน้าตลอดทั้งปี ทั้งนี้เพื่อให้กรรมการสามารถวางแผนล่วงหน้าและจัดเวลาในการเข้าร่วมประชุมได้
  • ในการจัดประชุมแต่ละครั้งในปี 2560 เลขานุการบริษัทได้จัดส่งเอกสารประชุมให้แก่กรรมการพิจารณาล่วงหน้าเฉลี่ย 7 วันก่อนการประชุมและได้มีการจัดทำเอกสารและสารสนเทศประกอบการประชุม
  • การจัดประชุมเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทและพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 อย่างเคร่งครัด และต้องมีกรรมการมาเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงครบเป็นองค์ประชุม โดยเปิดโอกาสให้กรรมการอภิปรายปัญหาสำคัญกันอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน และมีเลขานุการบริษัทและที่ปรึกษากฎหมายเข้าร่วมการประชุมและจดบันทึกรายงานการประชุม ข้อซักถามและข้อเสนอแนะต่างๆ ของกรรมการ เพื่อให้กรรมการและผู้เกี่ยวข้องสามารถติดตามและตรวจสอบได้
5.10 การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
  • ในเดือนธันวาคมของทุกปี เลขานุการบริษัทได้จัดทำ “แบบประเมินตนเองของคณะกรรมการ” (CG Self Assessment) นำเสนอคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อทำการประเมินตนเองแบบทั้งคณะและแบบรายบุคคล เพื่อพิจารณาผลงานและแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานให้ดีขึ้น ซึ่งเกณฑ์ในการประเมินแบ่งตามหัวข้อ 6 หัวข้อ ได้แก่
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
    2. บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    3. การประชุมคณะกรรมการ
    4. การทำหน้าที่ของกรรมการ
    5. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
    6. การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร
5.11 การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
  • คณะกรรมการบริษัทได้ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและให้ความรู้แก่กรรมการที่เกี่ยวข้องรวมถึงในคณะอนุกรรมการต่างๆ เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องโดยมีคณะกรรมการบริษัทจำนวน 10 คน ที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) และ/หรือ Director Certification Program (DCP) จากสถาบัน IOD เรียบร้อยแล้ว
  • เลขานุการคณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีเอกสารคู่มือกรรมการและหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล ประวัติการถือครองหลักทรัพย์การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ เป็นต้น โดยจะจัดส่งให้ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่
5.12 การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ โดยมอบหมายให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลบริษัท ภาพรวมธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คู่มือกรรมการ และกำหนดการประชุม เพื่อให้กรรมการใหม่รับทราบถึงบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ นโยบายและแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจและการดำเนินงาน และเพื่อชี้แจงตอบข้อซักถาม รวมถึงการเยี่ยมชมหน่วยงานต่างๆ ของบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

5.13 การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง

บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพโดยผ่านกระบวนการในการพัฒนาตามลักษณะงาน รวมถึงการจัดทำแผนสืบทอดสำหรับตำแหน่งที่สำคัญกับธุรกิจ โดยพิจารณาจากเกณฑ์อายุที่ใกล้ครบเกณฑ์เกษียณ เพื่อสรรหาบุคคลที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งทั้งด้านความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ จริยธรรม และคุณสมบัติตามที่กำหนดในการดำรงตำแหน่งงาน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ตนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไว้แล้ว